รังนกแท้ แต่คุณค่า?
posted on 12 Feb 2012 16:06 by nest2529 in Substance directory Knowledgeรังนกแท้ แต่คุณค่า?
คลิปประกอบในหัวข้อนี้
รายการบางอ้อ 28 มกราคม 2555
เชื่อกันว่ารังนกเป็นสุดยอดอาหารบำรุง ราคาแสนแพง แล้วจริงๆ สรรพคุณของรังนกมีมากแค่ไหน
มีคุณค่าคุ้มสมกับราคาหรือไม่?
ตามความเชื่อที่สืบต่อกันมานับพันปีของจีน ถือว่า "รังนก" เป็นสุดยอดอาหารบำรุงร่างกาย
มีสรรพคุณสารพัด ทั้งป้องกันโรค บำรุงปอดและทางเดินหายใจ บรรเทาอาการภูมิแพ้ ฯลฯ เป็นของหายาก
และมีราคาแพง ชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรส จนรังนกถูกขนานนามว่า ทองคำขาวแห่งท้องทะเล
หรือ คาร์เวียแห่งตะวันออก

แต่ใช่ว่าภูมิปัญญาเก่าแก่จะถูก ต้องเสมอไป ตำราเล่นแร่แปลธาตุของจีนในสมัยจิ๋นก็มีบันทึกว่า
ปรอทและสารหนูทำให้มีชีวิตอมตะ เป็นส่วนประกอบของน้ำอมฤต ซึ่งปัจจุบันรู้กันดีว่าทั้งปรอทและสารหนู
คลิปประกอบในหัวข้อนี้
รายการบางอ้อ 28 มกราคม 2555
เชื่อกันว่ารังนกเป็นสุดยอดอาหารบำรุง ราคาแสนแพง แล้วจริงๆ สรรพคุณของรังนกมีมากแค่ไหน
มีคุณค่าคุ้มสมกับราคาหรือไม่?
ตามความเชื่อที่สืบต่อกันมานับพันปีของจีน ถือว่า "รังนก" เป็นสุดยอดอาหารบำรุงร่างกาย
มีสรรพคุณสารพัด ทั้งป้องกันโรค บำรุงปอดและทางเดินหายใจ บรรเทาอาการภูมิแพ้ ฯลฯ เป็นของหายาก
และมีราคาแพง ชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรส จนรังนกถูกขนานนามว่า ทองคำขาวแห่งท้องทะเล
หรือ คาร์เวียแห่งตะวันออก

แต่ใช่ว่าภูมิปัญญาเก่าแก่จะถูก ต้องเสมอไป ตำราเล่นแร่แปลธาตุของจีนในสมัยจิ๋นก็มีบันทึกว่า
ปรอทและสารหนูทำให้มีชีวิตอมตะ เป็นส่วนประกอบของน้ำอมฤต ซึ่งปัจจุบันรู้กันดีว่าทั้งปรอทและสารหนู
มีพิษร้ายแรงมาก ดังนั้นเราจึงไม่ควรเชื่อเพราะคนเขาบอกต่อกันมา ทำต่อกันมา หรืออ้างตำราเก่าแก่
แต่ต้องไตร่ตรองด้วยปัญญา พิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษก่อนจะเชื่อ
รังนกที่นำมารับประทานนั้นเป็นน้ำลายนกนางแอ่นที่คายออกมาสร้างรังเพื่อวางไข่
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเคยวิเคราะห์ส่วนประกอบของตัวรังนกแล้วพบว่า
ประกอบด้วย โปรตีน 60.9% แคลเซียม 0.58% โปแตสเซียม 0.03% น้ำ 5.11%
ดังนั้นสารอาหารหลักที่ได้จากการบริโภครังนกก็คือโปรตีน
รังนกที่นำมารับประทานนั้นเป็นน้ำลายนกนางแอ่นที่คายออกมาสร้างรังเพื่อวางไข่
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเคยวิเคราะห์ส่วนประกอบของตัวรังนกแล้วพบว่า
ประกอบด้วย โปรตีน 60.9% แคลเซียม 0.58% โปแตสเซียม 0.03% น้ำ 5.11%
ดังนั้นสารอาหารหลักที่ได้จากการบริโภครังนกก็คือโปรตีน
ส่วนรังนกสำเร็จรูปที่ใส่รังนก 1% นั้น
สถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดลวิเคราะห์ได้องค์ประกอบดังตาราง
จะเห็นว่ารังนกสำเร็จรูป 1 ขวด มีสารอาหารน้อยกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง มีโปรตีนเพียง 0.25 กรัม
หากต้องการโปรตีนให้ได้เท่ากับไข่ไก่ต้องกินรังนกสำเร็จรูปถึง 26 ขวด หรือหากเทียบเป็นปริมาณ
ถั่วลิสงเพียง 2 เมล็ด ก็มีโปรตีน 0.25 กรัม เท่ากับรังนกแล้ว ทั้งที่เป็นโปรตีนเหมือนกัน คุณภาพของโปรตีน
แทบไม่ต่างกัน (คุณภาพโปรตีนพิจารณาจากสัดส่วนกรดอะมิโนที่จำเป็น) แต่ราคารังนกกลับสูงลิ่ว
ในแง่โภชนาการ สิ่งที่บำรุงร่างกายได้ดีที่สุดคือ อาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่
ในรังนกมีโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ สารอาหารอื่นมีเพียงเล็กน้อย ยังห่างไกลจากการเป็นอาหารที่มีประโยชน์
และสารอาหารแทบทั้งหมดสามารถหาได้จากอาหารอื่นที่ราคาถูกกว่าด้วย
สรรพคุณรังนก
หลายคนอาจคิดว่า การเปรียบเทียบรังนกกับไข่ไก่ไม่ถูกต้องนัก เพราะการบริโภครังนกไม่ได้ต้องการ
สารอาหารแบบเดียวกับที่บริโภคไข่หรืออาหาร อย่างอื่น แต่บริโภครังนกในฐานะสมุนไพรชนิดหนึ่ง
แม้จะให้โปรตีนนิดหน่อย ให้พลังงานไม่มาก ก็ไม่เห็นเป็นไร ที่กินเพราะหวังสรรพคุณทางยาต่างหาก
ที่จริงแล้วความเชื่อนับพันปีเกี่ยวกับรังนก ทำให้มีผู้วิจัยมากมายพยายามทดสอบสรรพคุณ
และสารออกฤทธิ์ที่คาดว่ามีอยู่ในรังนกเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ แต่จนบัดนี้ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนออกมา
ที่จริงแล้วความเชื่อนับพันปีเกี่ยวกับรังนก ทำให้มีผู้วิจัยมากมายพยายามทดสอบสรรพคุณ
และสารออกฤทธิ์ที่คาดว่ามีอยู่ในรังนกเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ แต่จนบัดนี้ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนออกมา
ยืนยันหรือแสดงให้เห็นคุณประโยชน์อย่างประจักษ์ชัดว่าบำรุงร่างกายอย่างไร หรือสารใดในรังนกที่มีสรรพคุณดังที่ร่ำลือมานับพันปี
งานวิจัยที่ใกล้เคียงที่สุดเห็นจะเป็น ผลการศึกษาที่พบว่า ในรังนกมีสารประเภทไกลโคโปรตีนชื่อ
N-acetylmuraminic acid หรือ NANA ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza)
และแบคทีเรียหลายชนิด
ผลการค้นพบเรื่องนี้ถูกนำไปใช้โฆษณาเสริมสรรพคุณของรังนกทำนองว่า มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์
มายืนยันถึงประโยชน์ของรังนกแล้ว แต่สิ่งที่หยิบยกมาโฆษณานั้นเป็นเพียงความจริงส่วนเดียวของ
งานวิจัยที่ใกล้เคียงที่สุดเห็นจะเป็น ผลการศึกษาที่พบว่า ในรังนกมีสารประเภทไกลโคโปรตีนชื่อ
N-acetylmuraminic acid หรือ NANA ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza)
และแบคทีเรียหลายชนิด
ผลการค้นพบเรื่องนี้ถูกนำไปใช้โฆษณาเสริมสรรพคุณของรังนกทำนองว่า มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์
มายืนยันถึงประโยชน์ของรังนกแล้ว แต่สิ่งที่หยิบยกมาโฆษณานั้นเป็นเพียงความจริงส่วนเดียวของ
งานวิจัยเท่านั้น
งานวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณของ NANA ในรังนกนั้น ใช้วิธีนำสกัดสาร (ที่ไม่ใช่โปรตีน) ออกมา ได้
เป็นสารละลายที่เข้มข้นระดับหนึ่ง ซึ่งมี NANA เป็นส่วนประกอบ จากนั้นจึงนำไปทดสอบฤทธิ์ในการต้าน
งานวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณของ NANA ในรังนกนั้น ใช้วิธีนำสกัดสาร (ที่ไม่ใช่โปรตีน) ออกมา ได้
เป็นสารละลายที่เข้มข้นระดับหนึ่ง ซึ่งมี NANA เป็นส่วนประกอบ จากนั้นจึงนำไปทดสอบฤทธิ์ในการต้าน
เชื้อโรค
วิธีการทดสอบสรรพคุณของสารสกัดจากรังนกก็ไม่ใช่ให้คนลองกิน หรือ ฉีดใส่หนูทดลอง
แต่เป็นการทดสอบกับเซลล์ที่เลี้ยงไว้ในขวดทดลอง (cell culture) คือ นำเซลล์มาเลี้ยงให้โตอยู่บนพื้นผิว
ด้วยอาหารเหลวสังเคราะห์ แล้วทำให้เซลล์ติดเชื้อไวรัส จากนั้นจึงเติมสารสกัดจากรังนกที่ความเข้มข้นต่าง ๆ
ลงไป ปรากฏว่าเชื้อไวรัสถูกยับยั้งการเจริญเติบโต
วิธีการทดสอบสรรพคุณของสารสกัดจากรังนกก็ไม่ใช่ให้คนลองกิน หรือ ฉีดใส่หนูทดลอง
แต่เป็นการทดสอบกับเซลล์ที่เลี้ยงไว้ในขวดทดลอง (cell culture) คือ นำเซลล์มาเลี้ยงให้โตอยู่บนพื้นผิว
ด้วยอาหารเหลวสังเคราะห์ แล้วทำให้เซลล์ติดเชื้อไวรัส จากนั้นจึงเติมสารสกัดจากรังนกที่ความเข้มข้นต่าง ๆ
ลงไป ปรากฏว่าเชื้อไวรัสถูกยับยั้งการเจริญเติบโต
เซลล์ที่ใช้ทดสอบ
ผู้วิจัยสรุปว่า "สารสกัดจากรังนกสามามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้
ในหลอดทดลอง ส่วนผลในมนุษย์นั้นยังต้องศึกษาต่อไป"
"the results suggested that EBN is a safe and valid natural source for the prevention of influenza viruses in vitro,
however, the detailed in vivo effect of the inhibition of the influenza viruses by EBN should be evaluated."
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การทดลองนี้เป็นงานขั้นพื้นฐานที่ทดสอบกับเซลล์เท่านั้น ส่วนผลจากการกินรังนก
ในมนุษย์นั้นยังไม่มีข้อสรุป งานวิจัยดังกล่าวเผยแพร่ในปี 2549 จนบัดนี้ผ่านมา 5 ปี แล้วยังไม่มีผลยืนยันถึงผล
ของสารสกัดรังนกในมนุษย์ออกมาเลย
การที่มีผลยับยั้งไวรัสในหลอดทดลอง (in vitro) ไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้ผลในมนุษย์หรือในสิ่งมีชีวิต
(in vivo) สมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโรค หรือแม้แต่ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ในหลอดทดลอง
แต่กลับไม่มีผลเช่นเดียวกันในมนุษย์หรือสัตว์ทดลองเลย
ทั้งนี้เพราะสารที่เข้าไปในร่างกายจะต้องผ่านด่านภูมิคุ้มกัน ระบบย่อย ทำให้ปริมาณลดลง
และยังไม่แน่ว่าจะเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่มีเชื้อโรคอยู่หรือไม่ ในการทดลองใช้สารสกัดที่เข้มข้นใส่ไปที่เซลล์
และไวรัสโดยตรงจึงเห็นผลชัดเจน แต่ผลิตภัณฑ์รังนกนั้น นอกจากจะใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย แค่ 1 % ในขวด
ผ่านกระบวนการต้มและเติมสารอื่นๆ กว่าจะผ่านระบบย่อย ดูดซึม จะเหลือไปถึงเชื้อโรค หรือเหลือไปบำรุง
ร่างกายมากแค่ไหน?
นอกจากนี้ ในการทดลองรังนกที่มาจากธรรมชาติเท่านั้นที่มีสรรพคุณยับยั้งเชื้อไวรัส รังนกที่ได้มาจาก
การเลี้ยงมีสรรพคุณนี้ต่ำมาก แล้วคิดว่ารังนกที่นำมาบรรจุขวดนั้นทำมาจากรังนกแบบไหน?
รังนกก็มีอันตราย
อีกประเด็นหนึ่งที่มีงานวิจัยออกมา แต่ไม่ค่อยมีใครนำมากล่าวถึงเพราะไม่เป็นผลดีกับการค้า คือ
รังนกก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้
หลายคนคงคุ้นเคยกับอาการแพ้อาหารทะเล เช่น กุ้งหรือปู เพราะมีคนเป็นภูมิแพ้ลักษณะนี้ค่อนข้างมาก
แต่ทราบหรือไม่ว่า มีจำนวนผู้แพ้รังนกมากกว่าแพ้อาหารทะเลเสียอีก! มากกว่าผู้แพ้ไข่และนมถึง 3 เท่า
แถมยังเป็นอาการแพ้แบบรุนแรง (Angioedema) ซึ่งจะทำให้ร่างกายบวม หลอดลมและปอดบวมจน
หายใจไม่ออก เป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะฉะนั้นที่บอกว่ารังนกมีสรรพคุณรักษาโรคภูมิแพ้ได้
ก็ไม่น่าจะเป็นความจริง
ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านการบริโภครังนกแต่อย่างใด ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะ
โจมตีผลิตภัณฑ์รังนกเหมือนกลุ่มที่คัดค้านธุรกิจนี้ ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลในทำนองว่า
ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านการบริโภครังนกแต่อย่างใด ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะ
โจมตีผลิตภัณฑ์รังนกเหมือนกลุ่มที่คัดค้านธุรกิจนี้ ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลในทำนองว่า
การกินรังนกเป็นการกระทำที่โหดร้าย เป็นการพรากบ้านของนกไปจากแม่นก โดยมีเป้าหมายเพื่อ
สร้างความสะเทือนใจเป็นหลัก เช่น บอกว่า รังนกสีแดงมาจากนกกระอักเลือดออกมาเพราะสร้างรังหลายครั้ง
(ซึ่งไม่เป็นความจริง สีแดงของรังนกเป็นแร่ธาตุที่มาจากผนังถ้ำ)
เพราะที่จริงแล้วการที่เราบริโภคสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็เป็นการเบียดเบียนชีวิตอื่นๆไม่ต่างกัน
บทความนี้เพียงแต่นำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับรังนก ทั้งส่วนที่มีผู้กล่าวอ้าง
(บางส่วน) บ่อยๆ และส่วนที่จงใจไม่กล่าวถึง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงคุณประโยชน์ก่อนตัดสินใจ
หากทราบข้อมูลในหลากหลายแง่มุมแล้ว ยังเห็นว่ารังนกคุ้มค่าที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อบริโภค
ก็เป็นสิทธิส่วน บุคคล ในฐานะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเพียงพอ
รังนกมีราคาแพงเพราะกว่าจะได้มานั้นยากลำบาก ซึ่งอาจขายในฐานะอาหารหรูหราเช่นเดียวกับ
อาหารราคาแพงอื่นๆ เช่น คาร์เวีย (ไข่ปลา) ฟัวกรา (ตับห่าน) หรือ ลอบสเตอร์ (กุ้ง) ซึ่งผู้บริโภคก็ยินดีจ่ายด้วย
ราคาสูงลิ่วโดยไม่จำเป็นต้องอ้างสรรพคุณใดๆ เลย
หากชื่นชอบในรสชาติ ผู้คนย่อมยินดีจะซื้อหาบริโภค แต่การอ้างสรรพคุณที่ยังไม่มีการยืนยัน
สร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นยาบำรุง เป็นการสร้างความหวังและความเข้าใจผิดให้ผู้บริโภค
ซึ่งก็คือการโกหกแบบสวยหรูนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.vcharkarn.com/varticle/43171
ข่าวรังนก http://www.komchadluek.net/detail/20110801/104528/1เต็มร้อยรังนกแท้ฉลากสับสนจี้ควบคุม.html
สารสกัดรังนกมีฤทธิ์ต้านเชื้อโรค http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16581142
ภูมิแพ้ต่อรังนก http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1034/j.1398-9995.1999.00925.x/full
..........................................................................................................................................................
ข้อคิดเห็นส่วนตัว
ตัวอักษรสีแดง ๆ ผมเน้นไว้เองครับ
ที่นำบทความนี้มาเป็นบางส่วน เพราะเจ้าของบล็อกมีชื่อเล่นว่า Nest (เนสท์) (ฮา)
แม้บทความจะเก่าไปนิด (8 ส.ค.2554) แต่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ
เพราะคาดว่าในปัจจุบันยังมีพวกบริโภคนิยมตามความเชื่อเดิม ๆ อยู่อีก
เพราะที่จริงแล้วการที่เราบริโภคสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็เป็นการเบียดเบียนชีวิตอื่นๆไม่ต่างกัน
บทความนี้เพียงแต่นำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับรังนก ทั้งส่วนที่มีผู้กล่าวอ้าง
(บางส่วน) บ่อยๆ และส่วนที่จงใจไม่กล่าวถึง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงคุณประโยชน์ก่อนตัดสินใจ
หากทราบข้อมูลในหลากหลายแง่มุมแล้ว ยังเห็นว่ารังนกคุ้มค่าที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อบริโภค
ก็เป็นสิทธิส่วน บุคคล ในฐานะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเพียงพอ
รังนกมีราคาแพงเพราะกว่าจะได้มานั้นยากลำบาก ซึ่งอาจขายในฐานะอาหารหรูหราเช่นเดียวกับ
อาหารราคาแพงอื่นๆ เช่น คาร์เวีย (ไข่ปลา) ฟัวกรา (ตับห่าน) หรือ ลอบสเตอร์ (กุ้ง) ซึ่งผู้บริโภคก็ยินดีจ่ายด้วย
ราคาสูงลิ่วโดยไม่จำเป็นต้องอ้างสรรพคุณใดๆ เลย
หากชื่นชอบในรสชาติ ผู้คนย่อมยินดีจะซื้อหาบริโภค แต่การอ้างสรรพคุณที่ยังไม่มีการยืนยัน
สร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นยาบำรุง เป็นการสร้างความหวังและความเข้าใจผิดให้ผู้บริโภค
ซึ่งก็คือการโกหกแบบสวยหรูนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.vcharkarn.com/varticle/43171
ข่าวรังนก http://www.komchadluek.net/detail/20110801/104528/1เต็มร้อยรังนกแท้ฉลากสับสนจี้ควบคุม.html
สารสกัดรังนกมีฤทธิ์ต้านเชื้อโรค http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16581142
ภูมิแพ้ต่อรังนก http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1034/j.1398-9995.1999.00925.x/full
..........................................................................................................................................................
ข้อคิดเห็นส่วนตัว
ตัวอักษรสีแดง ๆ ผมเน้นไว้เองครับ
ที่นำบทความนี้มาเป็นบางส่วน เพราะเจ้าของบล็อกมีชื่อเล่นว่า Nest (เนสท์) (ฮา)
แม้บทความจะเก่าไปนิด (8 ส.ค.2554) แต่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ
เพราะคาดว่าในปัจจุบันยังมีพวกบริโภคนิยมตามความเชื่อเดิม ๆ อยู่อีก
ก็ตัดสินใจเอาเองเถอะครับ ตัวใครตัวมัน (= =)
Tags: นกนางแอ่น, รังนก, รายการบางอ้อ, วิชาการ6 Comments

#1 By ศรี on 2012-02-12 18:17